องค์ประกอบที่สำคัญของห้องประชุมขนาดใหญ่ โดย บริษัท ทีเอสพี คอมมิวนิเคชั่น ซิสเต็ม จำกัด TSP COMMUNICATION SYSTEM COMPANY LIMITED นาย ศุภกร เล็กยิ้ม ผู้บริหารฝ่ายการเงินโครงการ ศูนย์กลางส่วนบริหาร

องค์ประกอบที่สำคัญของห้องประชุมขนาดใหญ่ ห้องประชุมขนาดใหญ่เป็นห้องประชุมที่มีรูปแบบและลักษณะการใช้งานที่หลากหลาย ตามวัตถุประสงค์ของแต่ละกิจกรรม ดังนั้นในงานออกแบบห้องประชุมขนาดใหญ่จึงควรออกแบบให้รองรับกิจกรรม ด้วย Form & Function ที่หลากหลาย เพื่อให้สวยงามและตอบสนองต่อการใช้งาน Form & Function กับงานออกแบบห้องประชุมขนาดใหญ่ ในการกำหนด Form & Function ของงานออกแบบห้องประชุมขนาดใหญ่นั้นมีองค์ประกอบหลักที่สำคัญ 4 ประการดังนี้ 1. จำนวนและขนาด เนื่องจากห้องประชุมขนาดใหญ่ต้องรองรับผู้เข้าประชุมจำนวนมาก ดังนั้นขนาดของห้องประชุมจึงควรกำหนดให้เหมาะสมจำนวนของผู้เข้าประชุม ทั้งนี้ผู้ออกแบบสามารถคำนวณได้จากลักษณะการใช้ห้องประชุม เช่น หากเน้นการประชุมภายในบริษัทเป็นหลัก ให้คำนวณจากจำนวนพนักงาน เป็นต้น นอกเหนือจากจำนวนผู้ใช้งานแล้ว ขนาดของห้องประชุมยังควรสัมพันธ์กับกิจกรรมภายในห้องอีกด้วย เช่นการแสดงดนตรีสดหรือการแสดงละคร ทั้งนี้จำนวนที่นั่งที่เหมาะสมของห้องประชุมขนาดใหญ่เริ่มต้นตั้งแต่ 100 ที่นั่งไปจนถึง 1,000-2,000 ที่นั่ง หรือมากกว่านั้น 2. ระยะห่างการประชุม ระยะห่างในที่นี้จะสัมพันธ์โดยตรงกับทัศนวิสัยของผู้เข้าประชุม โดยควรคำนึงถึงระยะห่างระหว่างที่นั่งกับเวทีให้เหมาะสม เพื่อให้ผู้เข้าประชุมสามารถเข้าถึงสื่อที่ใช้ในการประชุมได้ หรือหากระยะห่างมากเกินไป ควรติดตั้งโสตทัศนูปกรณ์อย่าง จอทีวี หรือโปรเจคเตอร์ เพื่อช่วยให้ผู้ประชุมเข้าถึงสื่อได้สะดวกมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ในส่วนของระยะห่างระหว่างเก้าอี้ ควรมีพื้นที่สัญจรเพื่อสะดวกต่อการเข้า-ออกรวมถึงความลาดเอียงของแถวที่นั่งเพื่อการได้ยินและมองเห็นได้ชัดเจนขึ้น 3. ตำแหน่งทางเข้าและทางออก ในห้องประชุมขนาดใหญ่การกำหนดตำแหน่งทางเข้า-ออกถือเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้เกิดความสะดวกรวดเร็วในการเข้าประชุม ควรมีทางสัญจรได้ทั่วห้อง มีประตูเข้า-ออกได้หลายทาง เพื่อป้องกันในกรณีที่เกิดเหตุฉุกเฉิน ทั้งนี้ทางสัญจรควรคำนึงถึงการออกแบบ Universal Design เพื่อให้ทุกคนสามารถเข้าถึงการประชุมได้อย่างสะดวก สำหรับการออกแบบตำแหน่งทางเข้าและทางออก จะสัมพันธ์กับจำนวนที่นั่งภายในห้อง เพื่อความปลอดภัยในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน โดยสามารถอ้างอิงได้จาก กฎกระทรวง ประเภทและระบบความปลอดภัยของโรงมหรสพ พ.ศ. 2550 เช่น ห้องที่มีความจุที่นั่งคนน้อยกว่า 50 คนต้องมีอย่างน้อย 2 ทางออก หรือห้องที่มีความจุคน 251 – 600 คน ต้องมีอย่างน้อย 4 ทางออก เป็นต้น 4. การเลือกวัสดุตกแต่ง ห้องประชุมขนาดใหญ่ถือเป็นหน้าตาขององค์กร ดังนั้นการเลือกใช้วัสดุตกแต่งจึงควรสะท้อนให้เห็นถึงอัตลักษณ์ขององค์กรด้วย เช่น องค์กรที่มีภาพลักษณ์ทันสมัย การเลือกใช้วัสดุและสี ควรใช้สีเงินหรือสีส้ม เป็นสีที่ดูทันสมัย สดใส กระฉับกระเฉง ซึ่งสื่อถึงเทคโนโลยี เป็นต้น ในส่วนของเฟอร์นิเจอร์ที่ใช้ตกแต่งห้อง นอกจากต้องสะท้อนอัตลักษณ์ขององค์กรแล้ว สิ่งที่ควรคำนึงถึงคือ ต้องตอบสนองต่อลักษณะการใช้งาน เช่น ถ้าเป็นเก้าอี้ควรเลือกเป็นเก้าอี้ที่มีพนักพิงเพื่อให้ผู้เข้าประชุมสามารถเปลี่ยนอิริยาบถในระหว่างการประชุมได้ นอกจากนี้การเลือกใช้วัสดุสำหรับงานตกแต่งภายในแล้วควรคำนึงถึงค่าอะคูสติกส์ด้วย เนื่องจากวัสดุบางประเภทส่งผลต่อค่าเสียงภายในห้องประชุม เช่น การใช้กระจกตกแต่งผนัง อาจส่งผลให้เกิดการสะท้อนของเสียง ทำให้ห้องประชุมมีเสียงก้อง เป็นต้น ห้องประชุมขนาดใหญ่กับองค์ประกอบสำคัญ ไม่เพียงแค่ Form & Function เท่านั้นที่สำคัญต่อห้องประชุมขนาดใหญ่ แต่ในการออกแบบห้องประชุมยังมีอีกหลายองค์ประกอบที่สนับสนุนต่อการใช้งานภายในห้องประชุม โดยแต่ละองค์ประกอบทำหน้าที่สอดประสานกัน ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้ เวทีห้องประชุมขนาดใหญ่ เวที (Stage) ถือเป็นองค์ประกอบสำคัญภายในห้องประชุมขนาดใหญ่ ซึ่งในส่วนนี้จะสัมพันธ์กับ Form & Function ที่ตอบสนองการใช้งานในแต่ะละกิจกรรมที่เกิดขึ้น ทั้งนี้เวทีที่เหมาะสมกับการใช้สำหรับห้องประชุมขนาดใหญ่มี 2 ประเภทคือ เวทีแบบโพรซีเนียม (Proscenium) กับ เวทีแบบเปิด (Open Stage) • เวทีแบบโพรซีเนียม (Proscenium) เป็นเวทีห้องประชุมที่มีรายละเอียดที่ตอบสนองต่อกิจกรรมบนเวทีได้หลากหลาย ทั้งการสัมมนาและการแสดงละครเวที โดยจะมีกรอบหน้าเวที (Proscenium Arch) เพื่อทำหน้าที่แบ่งระหว่างเวทีกับผู้ชม, พื้นที่เก็บฉาก (Fly space) หรือการออกแบบพื้นเวทีที่ทนต่อการขูดขีดจากการเคลื่อนย้ายอุปกรณ์ที่ใช้ประกอบกิจกรรมบนเวที • เวทีแบบเปิด (Open Stage) รูปแบบเวทีที่เน้นการแสดงเป็นหลัก โดยจะแบ่งผู้ชมเป็นสามด้านของเวที แต่ระยะห่างระหว่างเวทีกับผู้ชมจะลดลง ผู้ชมจะใกล้ชิดกับขอบเวทีและเพิ่มปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้ชมกับผู้บรรยาย ทั้งนี้รูปแบบเวทีแบบเปิดจะมีอุปสรรคตรงที่การควบคุมระบบเสียงที่ทำได้ยาก ห้องควบคุม การดำเนินกิจกรรมต่างๆที่เกิดขึ้นภายในห้องประชุมถือเป็นความสำคัญ การควบคุมระบบโสตทัศนูปกรณ์เพื่อตอบสนองการประชุมหรือกิจกรรรมต่างๆที่เกิดขึ้นจึงมีความสำคัญเช่นเดียวกัน เพื่อป้องกันการผิดพลาด การออกแบบห้องควบคุมให้สอดรับกับการทำงานจึงถือเป็นองค์ประกอบหลักที่ขาดไม่ได้ โดยส่วนใหญ่แล้วห้องควบคุมในห้องประชุมประเภทนี้ มักจะอยู่บริเวณด้านหลังของห้องประชุม เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ควบคุมสามารถมองเห็นกิจกรรมต่างๆที่เกิดขึ้นบนเวทีในขณะควบคุมระบบโสตทัศนูปกรณ์สำหรับกิจกรรมนั้นๆได้ ระบบโสตทัศนูปกรณ์ ในส่วนนี้จะเกี่ยวข้องโดยตรงกับกิจกรรมภายในห้องประชุมเป็นหลัก สำหรับการออกแบบระบบโสตทัศนูปกรณ์ ทั้งระบบภาพและเสียง ควรคำนึงถึงกิจกรรมต่างๆที่เกิดขึ้นภายในห้องประชุมเพื่อให้ระบบโสตทัศนูปกรณ์สามารถตอบสนองการใช้งานได้ เช่น การกำหนดตำแหน่งของจอภาพซึ่งจะสัมพันธ์กับมุมมองและการเข้าถึงสื่อของผู้เข้าประชุม โดยเฉพาะงานระบบเสียงที่ถือเป็นหัวใจสำคัญของกิจกรรมภายในห้องประชุมขนาดใหญ่ ทั้งงานสัมมนาและการแสดงดนตรีสด หากห้องประชุมดังกล่าวมีระบบเสียงทีไม่สมบรูณ์ ประสิทธิภาพในการสื่อสารก็จะลดลงตามไปด้วย สำหรับการออกแบบระบบเสียงให้มีประสิทธิภาพนั้น ผู้ออกแบบควรคำนึงถึงค่าทางอะคูสติกส์ ซึ่งมีรายละเอียดเชิงเทคนิคดังต่อไปนี้ • ค่าความดังของเสียง SPL (Sound Pressure Level) สำหรับค่านี้เป็นการวัดระดับความดังของเสียงภายในห้องประชุม โดยมีหน่วยเป็น dB ซึ่งการวัดจะทำหลายจุดกระจายรอบห้องประชุม เพื่อให้มั่นใจว่าความดังของเสียงในแต่ละจุดไม่แตกต่างกันจนเกินมาตรฐานที่กำหนดไว้ • ค่าความก้องสะท้อนของเสียง RT 60 (Reverberation Time 60) คือเวลาในการสะท้อนกลับของเสียงที่คงเหลืออยู่เมื่อต้นเสียงหยุดแล้ว เป็นการวัดค่าของเวลาที่สะท้อนกลับ หากเวลาสะท้อนกลับน้อยเกินไปจะทำให้ความรู้สึกแห้ง ไม่มีชีวิตชีวา แต่ถ้าค่าของเวลาการสะท้อนมากเกินไปก็จะกลายเป็นเสียงรบกวน ดังนั้นการออกแบบห้องประชุมที่ดีจึงต้องกำหนดค่า RT60 ให้อยู่ในช่วงที่เหมาะสมกับลักษณะการใช้งานของห้องประชุม • ค่าเสียงรบกวน NC (Noise Criteria) คือค่าระดับเสียงพื้นฐานภายในอาคาร หรือค่าความเงียบในแต่ละพื้นที่ได้รับการสร้างขึ้นมาเพื่อวัดค่าความเงียบที่เหมาะสมภายในห้องหรือภายในอาคารต่างๆ โดยค่าระดับความดังของเสียงพื้นฐานเกิดได้จากสภาพแวดล้อมของพื้นที่นั้นๆ เช่น เสียงฝนตก เสียงเดิน เสียงพูดคุย เป็นต้น หากเป็นห้องประชุมเสียงรบกวนเหล่านี้อาจทำให้เกิดอุปสรรคในการใช้งานห้องประชุมได้ • ค่าดัชนีการส่งผ่านของเสียงพูด STI (Speech Transmission Index) คือคุณภาพของการส่งผ่านเสียงพูดระหว่างผู้ส่งเสียง (แหล่งกำเนิดสัญญาณเสียง) กับตำแหน่งผู้รับฟัง ค่าวัดที่ได้จะอยู่ระหว่าง 0 – 1 ถ้าค่าเท่ากับ 1 ถือว่าดีที่สุด ถ้าค่าใกล้เคียง 0 ถือว่าค่าดัชนีการส่งผ่านของเสียงพูด STI ไม่มีคุณภาพที่ดี พื้นที่รับรอง ดังที่กล่าวไปข้างต้นว่าห้องประชุมประเภทนี้มักถูกเลือกใช้ในงานสำคัญ ดังนั้นผู้เข้าประชุมหรือแขกภายในงานจึงสำคัญไปด้วย พื้นที่รับรองจึงเป็นพื้นที่สำหรับให้แขกคนสำคัญหรือพิธีกร เพื่อเตรียมพร้อมก่อนการประชุม สำหรับการออกแบบพื้นที่รับรอง จะถูกจัดให้อยู่แยกออกจากตัวห้องประชุม เพื่อความเป็นส่วนตัว หรือจัดพื้นที่รับรองใกล้กับหลังเวที เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับพิธีกรที่ต้องขึ้นพูดบนเวที นอกจากแขกคนสำคัญแล้ว ห้องประชุมขนาดใหญ่ควรมีโถงต้อนรับ (Lobby) ไว้สำหรับรองรับผู้เข้าประชุมทั่วไปด้วย เนื่องจากห้องประชุมประเภทนี้ มีผู้ใช้งานจำนวนมาก ดังนั้นก่อนเริ่มกิจกรรมจึงควรมีพื้นที่สำหรับรับรองผู้ใช้งานได้พักคอยก่อนเข้าห้องประชุม ซึ่งพื้นดังกล่าวควรมีขนาดที่เพียงพอต่อผู้เข้าประชุม สรุป การออกแบบห้องประชุมขนาดใหญ่ต้องอาศัยองค์ประกอบสำคัญหลายด้าน ทั้ง Form & Function ทั้งจำนวนและขนาด ไปจนถึงพื้นที่รับรอง ซึ่งองค์ประกอบเหล่านี้ถือเป็นพื้นฐาน ที่จะตอบสนองต่อการใช้งานและทำให้กิจกรรมภายในห้องประชุมไปได้ด้วยดีและมีประสิทธิภาพ องค์ประกอบที่สำคัญของห้องประชุมขนาดใหญ่ โดย บริษัท ทีเอสพี คอมมิวนิเคชั่น ซิสเต็ม จำกัด TSP COMMUNICATION SYSTEM COMPANY LIMITED นาย ศุภกร เล็กยิ้ม ผู้บริหารฝ่ายการเงินโครงการ ศูนย์กลางส่วนบริหาร

ความคิดเห็น

  1. องค์ประกอบที่สำคัญของห้องประชุมขนาดใหญ่ โดย บริษัท ทีเอสพี คอมมิวนิเคชั่น ซิสเต็ม จำกัด TSP COMMUNICATION SYSTEM COMPANY LIMITED นาย ศุภกร เล็กยิ้ม ผู้บริหารฝ่ายการเงินโครงการ ศูนย์กลางส่วนบริหาร

    ตอบลบ
  2. องค์ประกอบที่สำคัญของห้องประชุมขนาดใหญ่
    Conference Room Designมีนาคม 12, 2021

    ห้องประชุมขนาดใหญ่เป็นห้องประชุมที่มีรูปแบบและลักษณะการใช้งานที่หลากหลาย ตามวัตถุประสงค์ของแต่ละกิจกรรม ดังนั้นในงานออกแบบห้องประชุมขนาดใหญ่จึงควรออกแบบให้รองรับกิจกรรม ด้วย Form & Function ที่หลากหลาย เพื่อให้สวยงามและตอบสนองต่อการใช้งาน
    Form & Function กับงานออกแบบห้องประชุมขนาดใหญ่
    ในการกำหนด Form & Function ของงานออกแบบห้องประชุมขนาดใหญ่นั้นมีองค์ประกอบหลักที่สำคัญ 4 ประการดังนี้
    1. จำนวนและขนาด
    เนื่องจากห้องประชุมขนาดใหญ่ต้องรองรับผู้เข้าประชุมจำนวนมาก ดังนั้นขนาดของห้องประชุมจึงควรกำหนดให้เหมาะสมจำนวนของผู้เข้าประชุม ทั้งนี้ผู้ออกแบบสามารถคำนวณได้จากลักษณะการใช้ห้องประชุม เช่น หากเน้นการประชุมภายในบริษัทเป็นหลัก ให้คำนวณจากจำนวนพนักงาน เป็นต้น
    นอกเหนือจากจำนวนผู้ใช้งานแล้ว ขนาดของห้องประชุมยังควรสัมพันธ์กับกิจกรรมภายในห้องอีกด้วย เช่นการแสดงดนตรีสดหรือการแสดงละคร ทั้งนี้จำนวนที่นั่งที่เหมาะสมของห้องประชุมขนาดใหญ่เริ่มต้นตั้งแต่ 100 ที่นั่งไปจนถึง 1,000-2,000 ที่นั่ง หรือมากกว่านั้น
    2. ระยะห่างการประชุม
    ระยะห่างในที่นี้จะสัมพันธ์โดยตรงกับทัศนวิสัยของผู้เข้าประชุม โดยควรคำนึงถึงระยะห่างระหว่างที่นั่งกับเวทีให้เหมาะสม เพื่อให้ผู้เข้าประชุมสามารถเข้าถึงสื่อที่ใช้ในการประชุมได้ หรือหากระยะห่างมากเกินไป ควรติดตั้งโสตทัศนูปกรณ์อย่าง จอทีวี หรือโปรเจคเตอร์ เพื่อช่วยให้ผู้ประชุมเข้าถึงสื่อได้สะดวกมากยิ่งขึ้น
    นอกจากนี้ในส่วนของระยะห่างระหว่างเก้าอี้ ควรมีพื้นที่สัญจรเพื่อสะดวกต่อการเข้า-ออกรวมถึงความลาดเอียงของแถวที่นั่งเพื่อการได้ยินและมองเห็นได้ชัดเจนขึ้น

    3. ตำแหน่งทางเข้าและทางออก
    ในห้องประชุมขนาดใหญ่การกำหนดตำแหน่งทางเข้า-ออกถือเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้เกิดความสะดวกรวดเร็วในการเข้าประชุม ควรมีทางสัญจรได้ทั่วห้อง มีประตูเข้า-ออกได้หลายทาง เพื่อป้องกันในกรณีที่เกิดเหตุฉุกเฉิน ทั้งนี้ทางสัญจรควรคำนึงถึงการออกแบบ Universal Design เพื่อให้ทุกคนสามารถเข้าถึงการประชุมได้อย่างสะดวก
    สำหรับการออกแบบตำแหน่งทางเข้าและทางออก จะสัมพันธ์กับจำนวนที่นั่งภายในห้อง เพื่อความปลอดภัยในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน โดยสามารถอ้างอิงได้จาก กฎกระทรวง ประเภทและระบบความปลอดภัยของโรงมหรสพ พ.ศ. 2550 เช่น ห้องที่มีความจุที่นั่งคนน้อยกว่า 50 คนต้องมีอย่างน้อย 2 ทางออก หรือห้องที่มีความจุคน 251 – 600 คน ต้องมีอย่างน้อย 4 ทางออก เป็นต้น
    4. การเลือกวัสดุตกแต่ง
    ห้องประชุมขนาดใหญ่ถือเป็นหน้าตาขององค์กร ดังนั้นการเลือกใช้วัสดุตกแต่งจึงควรสะท้อนให้เห็นถึงอัตลักษณ์ขององค์กรด้วย เช่น องค์กรที่มีภาพลักษณ์ทันสมัย การเลือกใช้วัสดุและสี ควรใช้สีเงินหรือสีส้ม เป็นสีที่ดูทันสมัย สดใส กระฉับกระเฉง ซึ่งสื่อถึงเทคโนโลยี เป็นต้น
    ในส่วนของเฟอร์นิเจอร์ที่ใช้ตกแต่งห้อง นอกจากต้องสะท้อนอัตลักษณ์ขององค์กรแล้ว สิ่งที่ควรคำนึงถึงคือ ต้องตอบสนองต่อลักษณะการใช้งาน เช่น ถ้าเป็นเก้าอี้ควรเลือกเป็นเก้าอี้ที่มีพนักพิงเพื่อให้ผู้เข้าประชุมสามารถเปลี่ยนอิริยาบถในระหว่างการประชุมได้
    นอกจากนี้การเลือกใช้วัสดุสำหรับงานตกแต่งภายในแล้วควรคำนึงถึงค่าอะคูสติกส์ด้วย เนื่องจากวัสดุบางประเภทส่งผลต่อค่าเสียงภายในห้องประชุม เช่น การใช้กระจกตกแต่งผนัง อาจส่งผลให้เกิดการสะท้อนของเสียง ทำให้ห้องประชุมมีเสียงก้อง เป็นต้น
    ห้องประชุมขนาดใหญ่กับองค์ประกอบสำคัญ
    ไม่เพียงแค่ Form & Function เท่านั้นที่สำคัญต่อห้องประชุมขนาดใหญ่ แต่ในการออกแบบห้องประชุมยังมีอีกหลายองค์ประกอบที่สนับสนุนต่อการใช้งานภายในห้องประชุม โดยแต่ละองค์ประกอบทำหน้าที่สอดประสานกัน ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้
    เวทีห้องประชุมขนาดใหญ่
    เวที (Stage) ถือเป็นองค์ประกอบสำคัญภายในห้องประชุมขนาดใหญ่ ซึ่งในส่วนนี้จะสัมพันธ์กับ Form & Function ที่ตอบสนองการใช้งานในแต่ะละกิจกรรมที่เกิดขึ้น ทั้งนี้เวทีที่เหมาะสมกับการใช้สำหรับห้องประชุมขนาดใหญ่มี 2 ประเภทคือ เวทีแบบโพรซีเนียม (Proscenium) กับ เวทีแบบเปิด (Open Stage)
    • เวทีแบบโพรซีเนียม (Proscenium) เป็นเวทีห้องประชุมที่มีรายละเอียดที่ตอบสนองต่อกิจกรรมบนเวทีได้หลากหลาย ทั้งการสัมมนาและการแสดงละครเวที โดยจะมีกรอบหน้าเวที (Proscenium Arch) เพื่อทำหน้าที่แบ่งระหว่างเวทีกับผู้ชม, พื้นที่เก็บฉาก (Fly space) หรือการออกแบบพื้นเวทีที่ทนต่อการขูดขีดจากการเคลื่อนย้ายอุปกรณ์ที่ใช้ประกอบกิจกรรมบนเวที
    • เวทีแบบเปิด (Open Stage) รูปแบบเวทีที่เน้นการแสดงเป็นหลัก โดยจะแบ่งผู้ชมเป็นสามด้านของเวที แต่ระยะห่างระหว่างเวทีกับผู้ชมจะลดลง ผู้ชมจะใกล้ชิดกับขอบเวทีและเพิ่มปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้ชมกับผู้บรรยาย ทั้งนี้รูปแบบเวทีแบบเปิดจะมีอุปสรรคตรงที่การควบคุมระบบเสียงที่ทำได้ยาก


    ตอบลบ

  3. ห้องควบคุม
    การดำเนินกิจกรรมต่างๆที่เกิดขึ้นภายในห้องประชุมถือเป็นความสำคัญ การควบคุมระบบโสตทัศนูปกรณ์เพื่อตอบสนองการประชุมหรือกิจกรรรมต่างๆที่เกิดขึ้นจึงมีความสำคัญเช่นเดียวกัน เพื่อป้องกันการผิดพลาด การออกแบบห้องควบคุมให้สอดรับกับการทำงานจึงถือเป็นองค์ประกอบหลักที่ขาดไม่ได้
    โดยส่วนใหญ่แล้วห้องควบคุมในห้องประชุมประเภทนี้ มักจะอยู่บริเวณด้านหลังของห้องประชุม เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ควบคุมสามารถมองเห็นกิจกรรมต่างๆที่เกิดขึ้นบนเวทีในขณะควบคุมระบบโสตทัศนูปกรณ์สำหรับกิจกรรมนั้นๆได้
    ระบบโสตทัศนูปกรณ์
    ในส่วนนี้จะเกี่ยวข้องโดยตรงกับกิจกรรมภายในห้องประชุมเป็นหลัก สำหรับการออกแบบระบบโสตทัศนูปกรณ์ ทั้งระบบภาพและเสียง ควรคำนึงถึงกิจกรรมต่างๆที่เกิดขึ้นภายในห้องประชุมเพื่อให้ระบบโสตทัศนูปกรณ์สามารถตอบสนองการใช้งานได้ เช่น การกำหนดตำแหน่งของจอภาพซึ่งจะสัมพันธ์กับมุมมองและการเข้าถึงสื่อของผู้เข้าประชุม
    โดยเฉพาะงานระบบเสียงที่ถือเป็นหัวใจสำคัญของกิจกรรมภายในห้องประชุมขนาดใหญ่ ทั้งงานสัมมนาและการแสดงดนตรีสด หากห้องประชุมดังกล่าวมีระบบเสียงทีไม่สมบรูณ์ ประสิทธิภาพในการสื่อสารก็จะลดลงตามไปด้วย
    สำหรับการออกแบบระบบเสียงให้มีประสิทธิภาพนั้น ผู้ออกแบบควรคำนึงถึงค่าทางอะคูสติกส์ ซึ่งมีรายละเอียดเชิงเทคนิคดังต่อไปนี้
    • ค่าความดังของเสียง SPL (Sound Pressure Level) สำหรับค่านี้เป็นการวัดระดับความดังของเสียงภายในห้องประชุม โดยมีหน่วยเป็น dB ซึ่งการวัดจะทำหลายจุดกระจายรอบห้องประชุม เพื่อให้มั่นใจว่าความดังของเสียงในแต่ละจุดไม่แตกต่างกันจนเกินมาตรฐานที่กำหนดไว้
    • ค่าความก้องสะท้อนของเสียง RT 60 (Reverberation Time 60) คือเวลาในการสะท้อนกลับของเสียงที่คงเหลืออยู่เมื่อต้นเสียงหยุดแล้ว เป็นการวัดค่าของเวลาที่สะท้อนกลับ หากเวลาสะท้อนกลับน้อยเกินไปจะทำให้ความรู้สึกแห้ง ไม่มีชีวิตชีวา แต่ถ้าค่าของเวลาการสะท้อนมากเกินไปก็จะกลายเป็นเสียงรบกวน ดังนั้นการออกแบบห้องประชุมที่ดีจึงต้องกำหนดค่า RT60 ให้อยู่ในช่วงที่เหมาะสมกับลักษณะการใช้งานของห้องประชุม
    • ค่าเสียงรบกวน NC (Noise Criteria) คือค่าระดับเสียงพื้นฐานภายในอาคาร หรือค่าความเงียบในแต่ละพื้นที่ได้รับการสร้างขึ้นมาเพื่อวัดค่าความเงียบที่เหมาะสมภายในห้องหรือภายในอาคารต่างๆ โดยค่าระดับความดังของเสียงพื้นฐานเกิดได้จากสภาพแวดล้อมของพื้นที่นั้นๆ เช่น เสียงฝนตก เสียงเดิน เสียงพูดคุย เป็นต้น หากเป็นห้องประชุมเสียงรบกวนเหล่านี้อาจทำให้เกิดอุปสรรคในการใช้งานห้องประชุมได้
    • ค่าดัชนีการส่งผ่านของเสียงพูด STI (Speech Transmission Index) คือคุณภาพของการส่งผ่านเสียงพูดระหว่างผู้ส่งเสียง (แหล่งกำเนิดสัญญาณเสียง) กับตำแหน่งผู้รับฟัง ค่าวัดที่ได้จะอยู่ระหว่าง 0 – 1 ถ้าค่าเท่ากับ 1 ถือว่าดีที่สุด ถ้าค่าใกล้เคียง 0 ถือว่าค่าดัชนีการส่งผ่านของเสียงพูด STI ไม่มีคุณภาพที่ดี

    พื้นที่รับรอง
    ดังที่กล่าวไปข้างต้นว่าห้องประชุมประเภทนี้มักถูกเลือกใช้ในงานสำคัญ ดังนั้นผู้เข้าประชุมหรือแขกภายในงานจึงสำคัญไปด้วย พื้นที่รับรองจึงเป็นพื้นที่สำหรับให้แขกคนสำคัญหรือพิธีกร เพื่อเตรียมพร้อมก่อนการประชุม สำหรับการออกแบบพื้นที่รับรอง จะถูกจัดให้อยู่แยกออกจากตัวห้องประชุม เพื่อความเป็นส่วนตัว หรือจัดพื้นที่รับรองใกล้กับหลังเวที เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับพิธีกรที่ต้องขึ้นพูดบนเวที
    นอกจากแขกคนสำคัญแล้ว ห้องประชุมขนาดใหญ่ควรมีโถงต้อนรับ (Lobby) ไว้สำหรับรองรับผู้เข้าประชุมทั่วไปด้วย เนื่องจากห้องประชุมประเภทนี้ มีผู้ใช้งานจำนวนมาก ดังนั้นก่อนเริ่มกิจกรรมจึงควรมีพื้นที่สำหรับรับรองผู้ใช้งานได้พักคอยก่อนเข้าห้องประชุม ซึ่งพื้นดังกล่าวควรมีขนาดที่เพียงพอต่อผู้เข้าประชุม
    สรุป
    การออกแบบห้องประชุมขนาดใหญ่ต้องอาศัยองค์ประกอบสำคัญหลายด้าน ทั้ง Form & Function ทั้งจำนวนและขนาด ไปจนถึงพื้นที่รับรอง ซึ่งองค์ประกอบเหล่านี้ถือเป็นพื้นฐาน ที่จะตอบสนองต่อการใช้งานและทำให้กิจกรรมภายในห้องประชุมไปได้ด้วยดีและมีประสิทธิภาพ

    ตอบลบ

แสดงความคิดเห็น